พิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์

พิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์

ที่ตั้ง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

สถาปนิก/ผู้ออกแบบ -

ผู้ครอบครอง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ปีที่สร้าง ช่วง พ.ศ. 2457

ปีที่ได้รับรางวัล พ.ศ. 2542

ประวัติ

พระราชชายา เจ้าดารารัศมีเป็นพระธิดาองค์ที่ 11 และเป็นองค์สุดท้ายของพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 7 ประสูติจากแม่เจ้าทิพเกษร และได้ถวายตัวเข้ารับราชการฝ่ายในเป็นเจ้าจอมในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในปี พ.ศ. 2429 พระชนมายุ 13 พรรษา จนพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตแล้ว จึงกราบบังคมทูลลาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จกลับมาประทับ ณ เชียงใหม่ พ.ศ. 2457 โอกาสนั้นได้โปรดให้สร้างพระตำหนักขึ้นเป็นที่ประทับ เรียกว่า พระตำหนักดาราภิรมย์

ตัวอาคารพระตำหนักเป็นสถาปัตยกรรมแบบอาร์ตแอนคราฟท์ส ลักษณะเด่นคือผืนหลังคาขนาดใหญ่ยาวคลุมห้องใต้หลังคา ซึ่งมีบางส่วนเป็นเป็นหน้าต่าง มีเพิงคลุมซ้อนอยู่บนหลังคาใหญ่ มุขหน้าเป็นจั่วปาดมุม ตกแต่งด้วยไม้ตีเป็นโครงสร้างและมีหน้าต่างที่กลางจั่วนี้ด้วย

ช่วงเวลาที่ทรงประทับ ณ นครเชียงใหม่ครั้งนั้น ได้ทรงบำเพ็ญกรณียกิจเป็นอเนกประการ อาทิด้านการสาธารณสุข การศึกษา ด้านเกษตรกรรม และด้านศิลปวัฒนธรรม ดังนั้น เพื่อเชิดชูเกียรติคุณของพระองค์ท่าน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงได้จัดทำโครงการบูรณะปรับปรุงพระตำหนักดาราภิรมย์ รวมทั้งพระอนุสาวรีย์พระราชชายา เจ้าดารารัศมี และสวนเจ้าสบาย ในปะ.ศ. 2541 โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร. บัณฑิต จุลาสัย เป็นหัวหน้าโครงการ เมื่อบูรณะแล้วก็ได้จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ แสดงเรื่องราวของพระองค์ท่านและโบราณวัตถุที่เคยเป็นเครื่องใช่ส่วนพระองค์

 

Daraprirom Palace Museum

Location Amphoe Mae Rim, Chiang Mai Province

Architect/Designer Unknown

Proprietor Chulalongkorn University

Date of Construction circa 1914 AD

Conservation Awarded 1999 AD

History

 Phra Ratchaya Chao Darasmi was the 11th and youngest daughter of Phrachao Inthawichayanon, the 7th Lord of Chiang Mai. She entered the court of Bangkok as a consort of King Rama V in 1886. After the King passed away, she asked permission from King Rama VI to return to Chiang Mai in 1914, then she had her residence built, which was named “Phra Tamnak Darapirom” (Darapirom Pavilion)

The pavilion is Arts and Crafts style with a wide, long-eaved roof which covers the attic with dormer windows. The front part is hipped gable, decorated with timber truss and fitted windows at the front gable.

During her time in Chiang Mai, she had supported and initiated several projects on public health, education, agriculture, and local culture. In order to honour her virtue, Chulalongkorn University had organized a project on restoration and development of the pavilion and the landscape in 1998, led by Associate Professor Dr. Bundit Chulasai. The pavilion has been renovated as a museum called “Darapirom Palace Museum”, where the information about the Princess’s life, as well as her personal objects, is exhibited.